คำให้การจำเลยอ้างว่าจำเลยกู้เงินจากโจทก์จริงแต่ได้รับเงินไม่ถึงจำนวนที่โจทก์เขียนในสัญญา และสัญญากู้เงินเป็นเอกสารปลอม ดังนั้น การที่จะฟังว่าจำเลยทำสัญญากู้เิงนจากโจทก์หรือไม่ จึงต้องอาศัยสัญญากู้เงินเป็นพยานหลักฐาน
แม้จำเลยเบิกความตอบคำถามค้านทนายโจทก์ว่าจำเลยเป็นคนกรอกข้อความในสัญญากู้เงินสัญญากู้จึงไม่ใช่เอกสารปลอม ก็เป็นเรื่องในชั้นพิจารณาว่าข้อเท็จจริงในประเด็นที่จำเลยต่อสู้ไว้ฟังได้เพียงใด ไม่ใช่กรณีไม่ต้องใช้หนังสือสัญญากู้เงินเป็นพยานหลักฐาน ยังต้องมีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงินมาเป็นพยานหลักฐาน
หนังสือสัญญากู้เงินต้นฉบับระบุชื่อโจทก์และจำเลยเป็นคู่สัญญาและลงลายมือชื่อทั้งสองฝ่าย จึงเป็นตราสารที่ต้องปิดอากรแสตมป์ แต่เมื่อหนังสือสัญญากู้เงินไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ ย่อมไม่อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในคดีแพ่งได้ ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 118 ถือว่าโจทก์ไม่มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเงิน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1650/2567
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น